วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา

  •  ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) 

ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งเน้นที่ผลผลิตของสติปัญญาและความชำนาญ โดยไม่คำนึงถึงชนิดของการสร้างสรรค์หรือวิธีในการแสดงออก ทรัพย์สินทางปัญญาอาจแสดงออกในรูปแบบของสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สินค้าต่างๆ หรือในรูปของสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น บริการ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ กรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม เป็นต้น

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

1 ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property)
          หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ความคิดสร้างสรรค์นี้ อาจเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการหรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ ชื่อและถิ่นที่อยู่ทางการค้า รวมถึงแหล่งกำเนิดและการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมจึงสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

-สิทธิบัตร (Patent)
-แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout – Design of Integrated Circuits)
-เครื่องหมายการค้า (Trademark)
-ความลับทางการค้า (Trade Secret)
-ชื่อทางการค้า (Trade Name)

-สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications)


  •  สิทธิบัตร (Petent)


คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และอนุสิทธิบัตร ผู้ทรงสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรมีสิทธิเด็ดขาดหรือสิทธิเด็ดขาดหรือสิทธิแต่เพียงผุ้เดียวในการแสวงกาผลประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรนั้น ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด




  •  แบบผังภูมิจองวงจรรวม (Layout – Design of Integrated Circuits)

หมายถึง แบบ แผนผัง หรือภาพที่ทำขึ้น ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบหรือวิธีใดเพื่อแสดงถึงการจัดวางและการเชื่อมต่อของวงจรไฟฟ้า เช่น ตัวนำไฟฟ้า หรือ ตัวต้านทาน เป็นต้น

  • เครื่องหมายการค้า (Trademark)


หมายถึง เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตรา ที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  •  เครื่องหมายการค้า (Trademark)
  •  เครื่องหมายบริการ (service Mark) 
  • เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark)
  • เครื่องหมายร่วม (Collective Mark)

  • ความลับทางการค้า (Trade Secret) 
หมายถึง ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป โดยเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นความลับ และมีการดำเนินการตามสามควรเพื่อทำให้ข้อมูลนั้นปกปิดเป็นความลับ

  • ชื่อทางการค้า (Trade Name)
หมายถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น ไทยประกันชีวิต ขนมบ้านอัยการ เป็นต้น

  • สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( Geographical Indication)
หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์และสามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียงหรือคณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์


2.ลิขสิทธิ์
           หมายถึง ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ เช่น งานวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ เป็นต้น ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์จะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงาน ลิขสิทธิ์ของตนโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ได้ให้ความคุ้มครองถึงสิทธิของนักแสดง และสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์

งานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์
        • งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ โปรแกรม คอมพิวเตอร์
        • งานนาฏกรรม เช่น งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว
        • งานศิลปกรรม เช่น งานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สถาปัตยกรรม
        • งานดนตรีกรรม เช่น เนื้อร้อง ทำนอง และรวมถึงโน้ตเพลง

งานที่ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
      • ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร
      • รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
      • ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ คำชี้แจง ของหน่วยงานรัฐหรือท้องถิ่น
      • คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
     • คำแปล และการรวบรวมสิ่งต่างๆ

วิเคราะห์คลิป
              
  •  รู้ทันลิขสิทธิ์



  • รู้ทันลิขสิทธิ์ EP.1



  • รู้ทันลิขสิทธิ์ EP.2


               ลิขสิทธิ์ หมายถึง ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ เช่น งานวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ เป็นต้น ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์จะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงาน ลิขสิทธิ์ของตน

               เครื่องหมายการค้า 
หมายถึง เครื่องหมาย หรือยี่ห้อ หรือตราที่ใช้กับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจาสินค้าของบุคคลอื่น

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

ภัยคุกคาม ช่องโหว่ และ การโจมตี

ภัยคุกคาม ช่องโหว่ และ การโจมตี

ภัยคุกคาม (Threat)

ภัยคุกคาม คือ วัตถุ สิ่งของ ตัวบุคคลหรือสิ่งอื่นใดที่เป็นตัวแทนของการทำอันตรายต่อ

ประเภทของภัยคุกคาม

       1. ความผิดพลาดที่เกิดจากบุคคล เช่น อุบัติเหตุ การเข้าใจผิดของพนักงาน
       2. ภัยร้ายต่อทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์
       3. การโจรกรรมหรือการรุกล้ำ เช่น การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
       4. การกรรโชกสารสนเทศ เช่น มีผู้ขโมยข้อมูลหรือสารสนเทศที่เป็นความลับจากคอมพิวเตอร์ แล้วต้องการเงินเป็นค่าตอบแทน เพื่อแลกกับการคืนสารสนเทศนั้น
       5. การทําลายหรือทําให้เสียหาย เช่น การทําลายหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอรเว็บไซต์ ภาพลักษณ์ธุรกิจ และทรัพย์สินขององค์กร 
       6. การลักขโมย การถือเอาของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย เช่น การลักขโมยหรือการโจรกรรมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศ
       7. ซอฟต์แวร์โจมตี เรียกว่า การโจมตีโดยซอฟต์แวร์   เกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลออกแบบซอฟต์แวร์ให้ทำหน้าที่โจมตีระบบ 
       8. ภัยธรรมชาติ  สามารถสร้างความเสียหายให้กับสารสนเทศขององค์กรได้ หากไม่มีการป้องกันหรือวางแผนรับมือกับภัยธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรได้


ช่องโหว่ (Vulnerabilities)

        ช่องโหว่ (Vulnerabilities) คือ ความอ่อนแอของระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ายที่เปิดโอกาสให้สิ่งที่เป็นภัยคุกคามสามารถเข้าถึงสารสนเทศในระบบได้ซึ่งจะนําไปสู่ความ เสียหายแก่สารสนเทหรือแม้แต่การทํางานของระบบ

ตัวอย่างช่องโหว่

              1. การจัดการบัญชีรายชื่อผู้ใช้  User Acount              
              2. ระบบปฏิบัติการไม่ได้รับการซ่อมเสริมอย่างสม่ำเสมอ                  
              3. ไม่มีการอัพเดทโปรแกรม Anti Virus อย่างสม่ำเสมอ       
              4. การปรับแต่งค่าคุณสมบัติ ระบบผิดพลาด




การโจมตี (Attack)

         การโจมตี  (Attack) คือ การกระทำที่อาศัยช่องโหว่ของระบบเพื่อควบคุมการทำงานของระบบ ทำให้ระบบเกิดความเสียหาย

รูปแบบการดจมตี
             1. Malicious Code  หรือ Malware  คือโค๊ดมุ่งร้ายหรือเป็นอันตราย  อันได้แก่ Virus, Worm, Trojan Horse ยังรวมถึง Web scripts 

             2. Hoaxes การปล่อยข่าวหลอกลวง เช่น ปล่อยข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ทางอีเมลยังได้แนบโปรแกรมไวรัสไปด้วย
            
             3. Back door  หรือ Trap Door  คือเส้นทางลับที่จะช่วยผู้โจมตีหรือผู้บุกรุกเข้าสู่ระบบได้โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ
             
             4. Password Cracking คือ การบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ใดๆ โดยใช้วิธีการเจาะรหัสผ่าน

             5. Brute Force Attack  เป็นการพยายามคาดเดารหัสผ่าน โดยการนําคียที่เป็นไปได้ทั้งหมดมา
จัดหมู่ Combination

             6. Denial Of Service การปฏิเสธการให้บริการของระบบ เป็นการโจมตีโดยใช้วิธีส่งข้อมูล จํานวนมากไปยังเป้าหมาย ทําให้แบรนดวิดธ์เต็มจนไม่สามารถให้บริการ



คลิปไวรัสคอมพิวเตอร์




       - ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัตินําตัวเองไปติดปะปนกับโปรแกรมอื่นที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อก่อกวนทำลายระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลชุดคำสั่งหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ และเป็นโปรแกรมที่สามารถกระจายจากคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งได้โดยผ่านระบบสื่อสารคอมพิวเตอร์เช่นโดยผ่านทางแผ่นบันทึกข้อมูล(Diskette)แฟรชไดรฟ์หรือระบบเครือข่ายข้อมูลซึ่งคอมพิวเตอร์ที่โดนไวรัสเล่นงานจะเกิดความเสียหาย ต่อข้อมูลที่อยู่บนดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ หรือเกิดการทํางานที่ไม่พึงประสงค์เช่น การลบไฟล์ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์หรือฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์
       - หนอนคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการทำสำเนาตัวเองด้วยโค๊ดที่อยู่ในตัวมันเองโดยอิสระไม่ต้องรอการเรียกใช้งานจากผู้ใช้โดยหนอนคอมพิวเตอร์จะทำการแพร่กระจายตัวเองจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยอาศัยระบบเครือข่ายที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและทำความเสียหาย
         -โทรจัน (Trojan) เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาให้แฝงเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้อื่นในหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรมหรือการ์ดอวยพรเป็นต้น เพื่อดักจับติดตามหรือควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกคุกคาม
             - สปายแวร์ คือ โปรแกรมเล็กๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา อาจจะเพื่อโฆษณาสินค้าต่างๆ สปายแวร์บางตัวก็สร้างความรำคาญ เพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อยๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้เราใช้อินเทอรืเน็ตไม่ได้เลย

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต






บทที่3 อาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

  •  อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง การกระทำผิดทางอาญาในระบบคอมพิวเตอร์ หรือการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกระทำผิดทางอาญา เช่น ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น   ระบบคอมพิวเตอร์ในที่นี้ หมายรวมถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เชื่อมกับระบบดังกล่าวด้วย

สำหรับอาชญากรรมในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (เช่น อินเทอร์เน็ต) อาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่ง   คืออาชญากรรมไซเบอร์ (อังกฤษ: Cybercrime) อาชญากรที่ก่ออาชญากรรม


  •  อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ คือ

                         1.การกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ อันทำให้เหยื่อได้รับความเสียหาย และผู้กระทำได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

                         2.การกระทำผิดกฎหมายใด ๆ ซึ่งใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือและในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีเช่นเดียวกันประเภทนี้ มักถูกเรียกว่า แครกเกอร์


  • สาเหตุเพิ่มจำนวนของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์

        - เทคโนโลยีมีความซับซ้อนมากขึ้น
        - ความคาดหวังของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มากขึ้น
        - การขยายตัวและเปลี่ยนแปลงของระบบคอมพิวเตอร์
        - การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีช่องโหว่เพิ่มมากขึ้น

จากคลิป “จอมโจรในโลกไซเบอร์”


  • Hacker คือ กลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้าน เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์สูง Hacker สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท คือ ไวน์แฮกแฮกเกอร์ และ แบล็คแฮดแฮกเกอร์
  • ไวน์แฮกแฮกเกอร์  (Wine hackers hacking )
คือ กลุ่มคนที่ค่อยเข้าไปหาข้อผิดพลาด หรือ ช่องโหว่ของระบบ และคอยแจ้งข้อผิดพลาดให้เจ้าของระบบแก้ไขต่อไป

  •  แบล็คแฮดแฮกเกอร์ (Black Hat hacker)
คือ กลุ่มคนที่มีความสามารถเหมือน ไวน์แฮกแฮกเกอร์  (Wine hackers hacking ) แต่ต่างกันที่จุดประสงค์ในการเจาะเข้าไปในระบบ  แบล็คแฮดแฮกเกอร์ (Black Hat hacker) จะเป็นกลุ่มคนที่คอยเข้าไปก่อกวน หรือขโมยข้อมูล สร้างความเสียหายให้กับระบบ

  • วิธีป้องกัน
    1. คอยอัพเดทโปรแกรมต่างๆอยู่อย่างสม่ำเสมอ
    2. สแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้งที่ใช้
    3. ติดตั้งไฟล์วอลล์
    4. ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตให้มากยิ่งขึ้น
    5. ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ
    6. ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ


วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ

ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ


  • ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ
         * คือสถานะที่มีความปลอดภัย ไรกังวล กล่าวคือ อยู่ในสถานะที่ไม่มีอันตรายและได้รับการป้องกันจากภัยที่ได้เกิดขึ้น
  • ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ (Information Security)
          * คือการป้องกัน สารสนเทศและองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ้งรวมถึงระบบฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและโอนสารสนเทศนั้นด้วย


  • ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศนั้นมีองค์ประกอบด้วยดังต่อไปนี้

• ความลับ (Confidentiality) เป็นการรับประกันว่าผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลได้นั้นต้องได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

•  ความถูกต้อง ความสมบูรณ (Integrity) สารสนเทศที่ดีต้องมีความถูกต้องความสมบูรณ์ของข้อมูล

•  ความพร้อมใช้ (Availability) สารสนเทศจะถูกเข้าถึงหรือเรียกใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยผู้ใช้หรือระบบอื่นที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

•  ความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy ) สารสนเทศต้องไม่มีความผิดพลาด  และต้องมีค่าตรงกับความคาดหวังของผู้ใช้เสมอ

•   เป็นของแท้ (Authenticity) สารสนเทศที่ถูกจัดทำขึ้นจากแหล่งที่ถูกต้อง  ไม่ถูกทำซ้ำโดยแหล่งอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือแหล่งที่ไม่คุ้นเคยและไม่เคยทราบมาก่อน

•   ความเป็นส่วนตัว (Privacy)สารสนเทศที่ถูกรวบรวมเรียกใช้และจัดเก็บโดยองค์กรจะต้องถูกใช้วัตถุประสงค์ที่ผู้เป็นเข้าของสารสนเทศรับทราบ ณ ขณะที่มีการรวบรวมสารสนเทศนั้น


วิเคราะห์คลิปวีดิโอ


จากคลิปที่ 1 คนขับรถตู้ VS ผู้โดยสาร
          จากคลิปคนขับรถตู้กระผมคิดว่าผิดทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายคนขับรถตู้และผู้โดยสาร เพราะจากคลิปจะเห็นได้ว่าคนขับรถตู้นั้นได้ขาด จรรยาบรรณในวิชาชีพ คนขับรถตู้นั้นได้ขับรถเร็วเกิ่นไป ชนทำผู้พูดโดยสารเกิดความหวาดกลัว ไม่ปลอดภัย และอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยความคิดส่วนตัวกระผมคิดว่าคนขับรถตู้ควรจะคำนึงถึงชีวิต ความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญ กว่า การทำเวลา
          ส่วนผู้โดยสารก็ผิดที่ชวนคนขับรถตู้คุย และใช้ถ้อยคำก่อกวน ในขณะที่คนขับรถตู้กำลังขับรถด้วยความเร็วเร็วสูง อาจทำให้คนขับรถตู้ขาดสมาธิในการขับรถ ผู้โดยสารควรที่จะแจ้งเจ้าของคิวรถตู้ถึงพฤติกรรมการ

จากคลิปที่ 2  คลิปใส่ผ้าขนหนูเข้า 7-11
          จากคลิปนี้จะเห็นได้ว่าผู้หญิงที่ใส่ผ้าขนหนุเข้า 7-11 นั้น ได้ขาด จริยธรรมในการแยกแยะสิ่งถูกผิด สิ่งที่สมควรกระทำ หรือไม่สมควรกระทำ โดยการกระทำของ หญิงสาวคนนี้ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ 7-11 นั้นเป็นพื้นที่ สาธารณะ มีผู้คนสันจรเข้าใช้ บริการมากมาย อีกประการนึ่ง การกระทำของหญิงสาวคนนี้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอนาจารได้อีกด้วยขับรถของคนขับรถตู้มากกว่า


จากคลิปที่ 3  “แก๊งสังคมออนไลน์ “
          จากคลิป จะเห็นได้ว่า สังคม Social Network นั้นได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ Social Network ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ Social Network เช่นไร เช่าตัวอย่างในคลิป แก๊งสังคมออนไลน์ จะเห็นได้ว่า Social Network เป็นแหล่งติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นแหล่งรวมความบันเทิง เป็นช่องทาง โฆษณาสินค้า และบริการต่างๆมากมาย แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องอยู่ในของเขต จรรยาบรรณ ศีลธรรม จริยธรรมด้วย เราจะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิ ของผู้อื่น เหมือนดังเช่น มะโหน่ง ที่ได้ละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดนการนำรูปของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้ทำอนุญาตซึ้งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น Social Network มีทั้งข้อดีและข้อเสียภายในตัว เราควรเลือกใช้ Social Network  จรรยาบรรณ จริยธรรม และ ศีลธรรม


วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ


    จริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
•จริยธรรม  ::หลักของความถูกต้องและไม่ถูกต้อง ซึ่งถูกใช้เป็นตัวแทนของหลักในการปฏิบัติตนของบุคคล
- ความสัมพันธ์ของหลักทางศีลธรรม อันได้แก่ ความดีและความชั่ว    ความถูกต้องและไม่ถูกต้อง หรือ     หน้าที่และกฎเกณฑ์ทางศีลธรรม
บุคคลใดที่ประพฤติตนตามหลักจริยธรรม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น จะถือว่าบุคคลนั้นประพฤติ    ตนได้สอดคล้องกับมาตรฐานทางสังคมที่ยอมรับกันโดยทั่วไป 
ดังนั้น หลักจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ ที่กําหนดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนในสังคม
ศีลธรรม :: เป็นการประพฤติที่ดีที่ชอบ เป็นการประพฤติปฏิบัติในทางศาสนา
จรรณยาบรรณ :: เป็นการประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของสมาชิก อาจเป็นลายลักษณ์หรือไม่ก็ได้

จึงกล่าวได้ว่า
จริยธรรมอันดี”  คือ การประพฤติปฏิบัติอันมี ศีลธรรมเป็นส่วนประกอบ ผู้ประกอบอาชีพในด้านต่างๆ นอกจากจะต้องมี จริยธรรมอันดี แล้ว ยังต้องปฏิบัติตาม  จรรณยาบรรณ ของวิชาชีพนั้นๆด้วย

   จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics)
เป็นมาตรฐานที่องค์กรธุรกิจใช้เป็นหลักการประพฤติปฏิบัติต่อลูกค้า ตลอดจนหุ้นส่วนทางการค้า และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยความยุติธรรม
ความสําคัญของจริยธรรมทางธุรกิจ
หากองค์กรดําเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จะทําให้เกิดผลดี 5 ประการ ดังนี้
ได้ค่านิยมหรือมีค่าความนิยมเพิ่มมากขึ้น

การดําเนินงานในองค์กรมีความสอดคล้องกัน
เพิ่มผลกําไรให้กับธุรกิจ
ป้องกันองค์กรและพนักงานจากการดําเนินการทางกฎหมาย
หลีกเลี่ยงข่าวในแง่ลบได้


จริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความนิยมใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย
ทําให้มีความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ผิดมากขึ้นด้วย
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อจริยธรรม
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อจริยธรรมที่เป็นสาเหตุหลักได้แก่
ขีดความสามารถในการประมวลผลเพิ่มขึ้น
ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการเก็บรักษาข้อมูล

ความก้าวหน้าในการวิเคราะหข้อมูล
ความก้าวหน้าของระบบเครือข่ายและอินเตอร์เน็ต

 จริยธรรมสําหรับผู้ใช้ไอที
ประเด็นด้านจริยธรรมสําหรับผู้ใช้ไอที
1. การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
2. การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างไม่เหมาะสม
3. การแบ่งปันสารสนเทศอย่างไม่เหมาะสม

บัญญัติ 10 ประการ ในการใชJคอมพิวเตอร์
    ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทําอันตรายต่อผู้อื่น
  • ต้องไม่แทรกแซงหรือรบกวนงานคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
 •  ต้องไม่สอดแนมไฟล์คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
    ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการลักขโมย
  • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพยานเท็จ
    ต้องไม่คัดลอกหรือใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์
  • ต้องไม่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม
   ต้องไม่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
• ต้องตระหนักถึงผลที่ตามมาต่อสังคมที่เกิดจากโปรแกรมที่ตัวเองเขียนหรือกําลังออกแบบอยู่เสมอ
ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่พิจารณาดีแล้วว่าเหมาะสมและเคารพต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสมอ